The foundationตอนที่ 1
จากสมุดบันทึกหลายสิบเล่ม สู่ความฝันเรื่องระบบความรู้ส่วนตัว และเหตุผลที่ผมสร้างพื้นที่เขียนของตัวเอง
01จากสมุดบันทึกสู่สมองที่สอง
เว็บไซต์นี้เกิดขึ้นจากเรื่องสิ่งที่ผมสนใจสองสามเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกัน
เรื่องแรกคือแนวคิดสมองที่สอง (Second Brain) ของติอาโก ฟอร์เต้ (Tiago Forte) ที่นำเสนอเทคนิคที่เรียกว่า CODE ในการจัดการข้อมูลให้กลายเป็นสินทรัพย์ความรู้ของเรา
โดย C มาจาก Capture (เลือกเก็บ), O มาจาก Organize (จัดระเบียบ), D มาจาก Distill (กลั่นกรอง) และ E มาจาก Express (นำเสนอ) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ดีมาก
ปัญหาก็คือ ในช่วงแรกที่ผมใช้วิธีการจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่ผมสนใจ ทั้งเรื่องการทำงาน, บันทึกการประชุม, ความคิดใหม่ๆ, สถานที่น่าสนใจ, สูตรอาหารที่อยากทำ, ประเด็นสำคัญในงานสัมมนา และอื่นๆ มากมาย เมื่อจำนวนสมุดบันทึกมากขึ้นในแต่ละปี ความสามารถและเวลาในการใช้วิธีการ CODE ของฟอร์เต้กับสมุดบันทึกจำนวนหลายสิบเล่มนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้
แอพพลิเคชั่นอย่าง Notion, Obsidian นั้นช่วยได้มากในการจัดการข้อมูลตามเทคนิค CODE โดยเฉพาะ Obsidian ซึ่งผมใช้ในการบันทึกข้อมูลต่างๆ ในช่วงสองสามปีมานี้
แนวคิดเรื่องสมองที่สองนั้น ก็มีความเกี่ยวพันกับเรื่องการบริหารจัดการความรู้ส่วนบุคคล (Personal Knowledge Management) หรือ PKM
โดยสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญใน PKM คือความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลที่เราบันทึกไว้และสามารถพัฒนาเป็นความรู้ใหม่ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลที่จดบันทึกไว้เมื่อสิบปีที่แล้วมีเนื้อหาสำคัญที่เชื่อมโยงกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งพบ กลายเป็นแหล่งกำเนิดความคิดใหม่ๆ ที่มาจากความรู้ข้ามศาสตร์ เป็นหนึ่งใน PKM ในฝันที่ผมอยากจะมี
02ความรู้ที่เชื่อมถึงกัน
ผมจึงสนใจเครื่องมือในจินตนาการตามแนวคิดของ Vannevar Bush ที่ชื่อ Memex เป็นเครื่องมือช่วยขยายความสามารถในการจดจำ จัดเก็บ ค้นหา และเชื่อมโยงความรู้ของมนุษย์ เมื่ออ่านแนวคิดนี้ ผมนึกถึงทั้ง Hypertext และระบบความรู้ส่วนตัวที่ผมอยากมี
ในปี 1945 Bush เขียนบทความ As We May Think ตีพิมพ์ใน The Atlantic
เขามองเห็นปัญหาสำคัญว่ามนุษย์กำลังสร้างความรู้ได้เร็วกว่าความสามารถในการจัดการและเข้าถึงความรู้นั้น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดข้อมูล แต่อยู่ที่การค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่
Bush ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบจัดเก็บความรู้แบบเดิม เช่น ห้องสมุดและดัชนี ใช้วิธีจัดหมวดหมู่ตามลำดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แต่สมองมนุษย์ไม่ได้คิดแบบนั้น เมื่อเราคิดถึงสิ่งหนึ่ง เรามักเชื่อมโยงไปยังอีกสิ่งหนึ่งผ่านประสบการณ์ ความทรงจำ และความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดที่แต่ละคนมี Bush เรียกกระบวนการนี้ว่า Association
Memex ในจินตนาการของ Bush เป็นโต๊ะทำงานที่มีจอภาพ ระบบควบคุม และคลังเอกสารขนาดมหาศาลที่เก็บไว้ในรูปไมโครฟิล์ม ผู้ใช้งานสามารถอ่าน บันทึก และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเอกสารต่าง ๆ ได้ ความสามารถที่สำคัญที่สุดของ Memex คือ Associative Trails หรือการสืบย้อนเส้นทางการเชื่อมโยงความคิดระหว่างข้อมูลในเอกสารต่างๆ

ภาพประกอบ: Alfred Crimi · LIFE, 10 กันยายน 1945
ดูฉบับนิตยสาร · ที่มาของเครดิตผู้วาด
ถ้าลองเอาแนวคิดนี้มาคิดต่อกับเรื่องที่ผมสนใจ อย่างการคั่วกาแฟ ผมอยากเชื่อมบันทึกเรื่องการถ่ายเทความร้อน การหมักเมล็ดกาแฟ และการพัฒนารสชาติเข้าด้วยกัน แล้วให้ AI ช่วยอ่านและเสนอแนวทางที่เข้ากับอุปกรณ์ วัตถุดิบ และประสบการณ์ที่ผมมี นี่คือสิ่งที่ผมอยากต่อยอดจาก Memex ด้วยเครื่องมือในวันนี้
Memex ในรูปแบบที่ Bush อธิบายยังเป็นข้อเสนอ ไม่ได้กลายเป็นเครื่องที่ใช้งานจริงตามภาพนั้น
แต่ความก้าวหน้าของ AI ในช่วงเวลานี้ทำให้ผมมีความหวัง
03พื้นที่สำหรับเรื่องที่อยากเขียน
การเขียน ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมสนใจและออกแบบชีวิตไว้ว่า หลังจากหมดภาระจากงานประจำแล้ว ผมอยากใช้เวลาส่วนหนึ่งในการเขียนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเขียนในเรื่องที่ผมอยากรู้ ซึ่งความอยากรู้อยากเห็น อยากเข้าใจในเรื่องต่างๆ ในชีวิตของผมนั้นแตกแขนงไปหลากหลายสาขา ทั้งเรื่องเทคโนโลยี กาแฟ การเกษตร งานไม้ อาหาร การบริหารจัดการความรู้ การศึกษา ซึ่งผมค้นพบว่าเรื่องต่างๆ ที่ผมสนใจนั้น มันมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันในมิติต่างๆ ซึ่งการลงมือเขียนในเรื่องเหล่านั้น ทำให้ผมมีความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องต่างๆ มากขึ้น
เมื่อตั้งใจจะเขียนอย่างจริงจัง ผมต้องคิดเรื่องแพลตฟอร์มที่จะเลือกใช้ คำถามสำคัญคือจะเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเอง หรือใช้แพลตฟอร์มสาธารณะเช่น Facebook, Medium, Substack, WordPress.com ที่มีให้เลือกมากมายทั้งแบบฟรีและเสียเงิน
แต่ผมกังวลว่าถ้าวันหนึ่งบัญชีถูกปิด หรือแพลตฟอร์มเลิกให้บริการ ผมจะยังเข้าถึงและย้ายงานที่เขียนไว้ได้แค่ไหน
04พายหนึ่งชิ้นกับจักรวาลของผม
ผมจึงตัดสินใจสร้างแพลตฟอร์มเอง เมื่อตัดสินใจแล้วก็นึกถึงคำพูดของ Carl Sagan
“If you wish to make an apple pie from scratch, you must first invent the universe.”
Carl Sagan, Cosmos, บทที่ 9: The Lives of the Stars
ถ้าจะทำพายแอปเปิลจากวัตถุดิบตั้งต้นที่สุดจริงๆ ก็ต้องย้อนไปสร้างจักรวาลขึ้นมาก่อน
ในความเป็นจริงไม่มีใครเริ่มทำอะไรได้จากศูนย์จริงๆ แพลตฟอร์มของผมก็ยืนบน server, protocol และ open source ของคนอื่น เพียงแต่ผมจะเลือกได้ว่าจะเริ่มจากชั้น (Layer) ไหน และจะเป็นเจ้าของส่วนไหนไว้เอง โดยเฉพาะการสร้างส่วนที่ผมอยากให้มี แต่ไม่มีแพลตฟอร์มไหนมีให้
ส่วนที่ผมอยากสร้างและเก็บไว้เองมากที่สุดคือวัตถุดิบที่เป็นสินทรัพย์ความรู้ทั้งหมด บทความเป็นแค่พายที่ออกจากเตาอบ วัตถุดิบจริงคือบันทึก แหล่งอ้างอิง ประสบการณ์ชีวิต และความเชื่อมโยงระหว่างวัตถุดิบแต่ละชนิด โดยรวมๆ ก็คือ PKM- Personal Knowledge Management + Memex ที่ผมอยากใช้ในการสร้างจักรวาลความรู้ส่วนตัวที่ผมตั้งชื่อเอาไว้ว่า Seize The Day Universe
และผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มในฝันของผมเป็นจริงก็คือ AI
ในตอนแรกๆ ผมคิดว่าก็แค่โยนๆ เอกสารต่างๆ ที่มีให้ AI อ่านและคิดเอาเอง ก็จะได้จักรวาลความรู้แบบที่ผมอยากได้ แต่เมื่อได้ทดลองดูแล้ว คำตอบที่ได้กลับมั่วแบบ Hallucination อยู่ไม่น้อย ที่สำคัญคือ ในระบบที่ผมลองตอนนั้น ผมยังย้อนดูไม่ได้ว่าความมั่วแบบหน้ามั่นนั้นมาจากข้อมูลส่วนไหน
ปัญหานี้ได้นำพาให้ผมไปรู้จักกับ ontology และ knowledge graph ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างชั้นของความหมาย (Semantic Layer) ระหว่าง AI กับจักรวาลความรู้ที่ผมสร้างขึ้น
สิ่งที่ผมอยากได้จากชั้นนี้ คือให้ระบบมีกรอบความหมายและบริบทที่ชัดขึ้น เวลาส่งข้อมูลให้ AI ใช้ตอบคำถาม พร้อมเก็บที่มาของข้อมูลและความเชื่อมโยงไว้ให้ผมย้อนตรวจได้ ไม่ได้แปลว่า AI จะไม่มั่วอีก แต่ผมอยากรู้ให้ได้ว่าคำตอบนั้นอาศัยข้อมูลส่วนไหน

ภาพแนวคิดแพลตฟอร์ม · ภาพประกอบสร้างด้วย AI ตามแนวคิดและการกำกับของผู้เขียน
ขยายภาพเพื่ออ่านรายละเอียด ↗
เรื่องราวต่อไป มันค่อนข้างจะซับซ้อนและเข้าใจยาก ผมจะค่อยๆ ทยอยเล่าเป็นตอนๆ ในพื้นที่นี้
พื้นที่ Noppadol.online คือหนึ่งใน digital product ที่เกิดจากแพลตฟอร์มที่ผมเล่าให้ฟัง
ในตอนต่อไป ผมจะมาเล่าให้ฟังในรายละเอียดว่าแพลตฟอร์มของผมทำงานอย่างไร